วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากตลาดอสังหาฯ ระดับโลก
ในแวดวงการทำธุรกิจยุคปัจจุบันมีสัจพจน์หนึ่งที่ทุกคนยอมรับคือตัวเลขและข้อมูลไม่เคยหลอกใคร
จากรายงานการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมตลาดพบว่ามีโมเดลธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่น
เมื่อเจาะลึกไปที่ตัวเลขสถิติจะพบว่าตลาดโดยรวมของสหราชอาณาจักรมีอัตราการเติบโตของทรัพย์สินขายใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.1% ต่อเดือน
เปรียบเทียบประสิทธิภาพการขยายตัวระหว่างระบบเก่าและระบบใหม่
เครือข่ายนายหน้าในระบบของ eXp UK มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 12.7% ต่อเดือนซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดทั่วไปเกือบ 57% เลยทีเดียว
และเมื่อเราลองจำกัดวงในการวิเคราะห์ให้แคบลงเฉพาะช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 เดือนล่าสุดตัวเลขยิ่งแสดงความห่างชัดเจนมากขึ้น
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ชวนให้เราต้องตั้งคำถามสำคัญว่าอะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดความต่างได้มากขนาดนี้
โมเดลธุรกิจอสังหาฯ แบบดั้งเดิมปะทะระบบแพลตฟอร์มอิสระ
ความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่านายหน้าอิสระในบริบทนี้คือการเปลี่ยนบทบาทจากลูกจ้างให้กลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ
ในโครงสร้างธุรกิจแบบเก่าหรือแบบดั้งเดิมนั้นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มักจะทำงานภายใต้ฐานะพนักงานประจำของบริษัท
ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้บุคคลากรขับเคลื่อนธุรกิจของตัวเองโดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกเป็นฐานสนับสนุน
หากจะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนเปรียบเสมือนคุณต้องการเปิดร้านอาหารแต่แทนที่คุณจะลงทุนสร้างตึกและซื้ออุปกรณ์ครัวเองทั้งหมด
ประสิทธิภาพการปิดการขายและดัชนีชี้วัดคุณภาพการทำงาน
ความสำเร็จที่แท้จริงคือการที่องค์กรสามารถรักษามาตรฐานการทำงานไว้ได้แม้ว่าจำนวนสมาชิกและปริมาณงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เมื่อเราพิจารณาจากดัชนีชี้วัดผลงานหลักหรือ Key Performance Indicators จะพบข้อมูลเปรียบเทียบระยะเวลาตั้งแต่รับฝากขายจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์สำเร็จที่น่าสนใจดังนี้
- ระยะเวลาเฉลี่ยของเครือข่ายนายหน้าอิสระ eXp UK อยู่ที่ 169 วัน
- ส่วนแบ่งตลาดของระบบเก่าใช้ระยะเวลาในการปิดดีลเฉลี่ยยาวนานถึง 195 วัน
- สำหรับกลุ่มนายหน้าในระบบออนไลน์ทั่วไปมีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 191 วัน
ในมุมมองด้านการเงินความเร็วในระดับนี้ช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสและเพิ่มสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างมืออาชีพสะท้อนความเป็นจริง
ซึ่งตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในมูลค่าที่แท้จริงของพื้นที่และการทำการบ้านเชิงลึกร่วมกับเจ้าของบ้าน
เมื่อนำราคาที่ขายได้จริงไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของกรมที่ดินหรือ Land Registry พบว่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เพียง 1.63% เท่านั้น
บทเรียนเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการและนักการตลาดในยุคดิจิทัล
แนวคิดการบริหารจัดการของโมเดลนี้คือภาพสะท้อนของอนาคตการทำงานที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย
เมื่อเทคโนโลยีจัดการงานส่วนหลังบ้านให้เรียบร้อยพนักงานจึงมีเวลาไปโฟกัสกับการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย
แต่คือการทำงานที่มีอิสระในการบริหารทิศทางของตัวเองในขณะที่มีพลังของแบรนด์ใหญ่และเครือข่ายพันธมิตรคอยหนุนหลังอยู่ตลอดเวลา
บทเรียนประการที่สามคือความเร็วในการปรับตัวและยืดหยุ่นมีความสำคัญมากกว่าขนาดขององค์กรในอดีต
ทำไมช่วงเวลานี้ถึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการปรับเปลี่ยน
นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่มีความสามารถในการตัดสินใจก้าวออกจากกรอบการทำงานในระบบเดิม
เมื่อเทคโนโลยีลดต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจลงจนทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับบริษัทขนาดใหญ่
ดังนั้นการนั่งรออยู่ภายในโครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิมที่เทอะทะอาจไม่ใช่คำตอบของการเติบโตในสายอาชีพอีกต่อไป
โมเดลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์